บทประพันธ์โดย : วัตตรา      
บทโทรทัศน์โดย : อาณาจิณต์
กำกับการแสดงโดย : วีระชัย รุ่งเรือง      
ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด

         น้ำทิพย์ นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้าย มีความรักอยู่กับ ชาตรี ซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษาแพทย์ด้วยกัน ทั้งสองคบหากันมาตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่ง และวางอนาคตว่าจะหมั้นหมายกันเมื่อเรียนจบ ความรักของทั้งสองไม่เคยจะต้องมีปัญหาใดๆ จนวันที่หญิงสาวแนะนำให้ชายหนุ่มได้รู้จัก ฤทัย เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงหางานทำ หลังจากเรียนจบบริหาร

               ฤทัยเป็นผู้หญิง สวย มีเสน่ห์ จึงมีหนุ่มๆมาชอบหลายคน แต่ไม่เคยมีใครที่เธอให้ความสนใจอย่างจริงจัง จนเมื่อได้มาพบกับชาตรี ฤทัยจึงคิดที่จะสลัดรัก บัญชา แฟนหนุ่มคนปัจจุบันที่เรียนหนังสือด้วยกันมา หญิงสาวแกล้งทำเป็นมาปรึกษาปัญหาหัวใจกับน้ำทิพย์ เพื่อหวังจะได้ใกล้ชิดชาตรีมากขึ้น จนชายหนุ่มเองก็เริ่มจะหวั่นไหวบ้างในบางครั้ง และเผลอใจจนไปมีความสัมพันธ์กัน ชาตรีรู้สึกผิดจึงพยายามที่จะอยู่ห่างจากฤทัยให้มากที่สุด สร้างความน้อยใจให้หญิงสาว จนเมื่อฤทัยพบว่าตัวเองกำลังตั้งท้องกับบัญชา หญิงสาวจึงตัดสินใจที่จะบอกเลิกกับบัญชาอย่างเด็ดขาด แล้วอ้างกับชาตรีว่าลูกในท้องของตนเป็นลูกของชาตรี

                น้ำทิพย์รู้ เรื่องระหว่างชาตรีและฤทัย จากปากของฤทัยที่ทำเป็นมาขอความเห็นใจ ทำให้น้ำทิพย์เจ็บช้ำน้ำใจอย่างแสนสาหัส เอาแต่ซึมเศร้าจนไม่ยอมไปเรียนหนังสือ ประสพ เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันซึ่งแอบรักน้ำทิพย์มาตลอด ต้องคอยปลอบใจจนเธออาการดีขึ้น และยอมกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง แต่เมื่อน้ำทิพย์ยังต้องพบหน้าชาตรี เธอก็รู้ว่าตนไม่อาจจะทำใจให้ลืมความรักที่มีต่อเขาได้ ความรักที่มีมากจนทำให้เธอลืมความถูกต้อง ตัดสินใจทำเรื่องผิดอย่างมหันต์ ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนรอบข้างและตัวเอง จนต้องเลิกเรียนแพทย์ และกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านสวนนครชัยศรี ในขณะที่ชาตรีได้แต่งงานกับฤทัยหลังจากเรียนจบ และประสพก็ไปเปิดคลินิกเล็กๆ อยู่แถวบ้านสวนนครชัยศรี เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆกับน้ำทิพย์

                เวลาผ่านไป 22 ปี หลังจาก น้ำหนึ่ง เรียนจบวารสาร หญิงสาวก็มาสมัครงานเป็นช่างภาพหนังสือสารคดีท่องเที่ยว ทำให้ได้พบกับ ตฤณ ซึ่งมาสมัครเป็นนักเขียนสารคดีในวันเดียวกัน แต่ด้วยความซุ่มซ่ามของหญิงสาวทำแก้วน้ำหกใส่งานที่ชายหนุ่มเตรียมนำมาเสนอ ทั้งสองจึงเริ่มไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน และเมื่อทางบริษัทให้ผู้สมัครทุกคนต้องจับคู่กันไปทำงานเกี่ยวกับสถานที่ ท่องเที่ยวในกรุงเทพเพื่อใช้เป็นผลงานเพื่อพิจารณาในการรับเข้าทำงาน ทั้งสองจึงจำเป็นจะต้องจับคู่กัน เพราะผู้เข้าสมัครคนอื่นต่างได้คู่กันจนครบถ้วนหมดแล้ว เพียงแค่หัวข้อเรื่องที่จะทำงานร่วมกัน ทั้งสองก็ยังตกลงกันไม่ได้

                                                                                            
น้ำ หนึ่งตัดสินใจไปถ่ายรูปที่ถนนข้าวสารโดยไม่ฟังคำ  ทักท้วงของตฤณ จนทำให้เกิดเรื่องเมื่อหญิงสาวพยายามจะช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากไกด์ผีที่ หลอกลวงเงิน โชคดีที่ ชายหนุ่มตามไปด้วยจึงช่วยพาเธอหนีรอดจากพวกมิจฉาชีพที่ตามมาเล่นงาน นอกจากไม่เห็นความดีของเขา เธอกลับตำหนิที่เขามาวุ่นวายกับเรื่องของเธอ แต่กระนั้นก็ยังมีแก่ใจเอารูปที่เธอถ่ายนั้น ส่งต่อให้ชายหนุ่มไปเขียนบทความเพื่อประกอบการสมัครงาน และปรากฏว่างานเขียนของตฤณและภาพของน้ำหนึ่งเกิดเป็นที่ถูกใจ คณิต บก.หนังสือเป็นอย่างมาก จึงรับทั้งสองเข้าทำงานทันที                                                       

                น้ำหนึ่งดีใจ มากที่ได้งานทำ รีบกลับไปฉลองความสำเร็จกับน้ำทิพย์ผู้เป็นแม่ที่บ้านสวน งานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างเป็นกันเองโดยมีแขกเพียงแค่กำพล ปลัดหนุ่มที่สนิทสนมกับน้ำหนึ่งเป็นพิเศษ และลุงหมอประสพ พ่อบุญธรรมของหญิงสาวเท่านั้น และเพื่อความสะดวกในการทำงาน น้ำหนึ่งจึงถือโอกาสขออนุญาตผู้เป็นแม่ไปเช่าอพาร์ทเมนท์อยู่ที่กรุงเทพ แม้ว่า น้ำทิพย์จะไม่เห็นด้วย แต่ประสพก็ช่วยพูดกล่อมจนยอมใจอ่อนในที่สุด

                 ครอบ ครัวของน้ำหนึ่ง มีเพียงแม่ที่ดูแลหญิงสาวมาโดยตลอด ส่วนพ่อของหญิงสาวนั้น น้ำหนึ่งได้คำตอบจากผู้เป็นแม่แต่เพียงว่าได้ตายจากไปนานแล้ว และทุกครั้งที่น้ำหนึ่งถามถึงเรื่องพ่อคราใด น้ำทิพย์ก็จะไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนทำให้ความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกไม่ค่อยจะราบรื่นนัก และหญิงสาวก็มักจะถูกผู้เป็นแม่เข้มงวด โดยเฉพาะกับเรื่องเพื่อนชาย

                ด้วยบุคลิกและความร่าเริงของน้ำหนึ่ง เพียงเริ่มงานวันแรกหญิงสาวก็กลายเป็นขวัญใจของสมภพ พนักงานขายโฆษณาหนุ่มขี้โม้ สมญา ครีเอทีฟขี้เก็ก และ สมควร ช่างศิลป์ขี้หลี สามทหารเสือของบริษัทที่ชอบหาเรื่องแซวสาวๆเป็นกิจวัตรประจำวัน น้ำหนึ่งได้พบกับ มารตี ผู้ช่วยบก.ที่เธอต้องทำงานขึ้นตรงด้วย หญิงสาวรู้สึกชื่นชมมารตีที่เป็นผู้หญิงเก่ง เช่นเดียวกับตฤณซึ่งตั้งใจมาสมัครงานที่นี่ ก็เพราะอยากร่วมงานกับมารตี ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ตนแอบหลงรักมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

               น้ำ หนึ่งพยายามจะหาโอกาสที่จะขอบคุณตฤณที่มีส่วนทำให้ตนได้งาน แต่ก็ไม่กล้าเพราะรู้สึกกระดาก จึงทำการ์ดขอบคุณไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของชายหนุ่ม แต่ถูก แก้วตา ประชาสัมพันธ์สาวขาเม้าท์ที่แอบปลื้มตฤณอยู่ไปพบเข้า ทำให้ข่าวแพร่สะพัดกลายเป็นว่า น้ำหนึ่งแอบชอบตฤณ ชายหนุ่มกลัวมารตีจะเข้าใจผิดตามไปด้วย จึงพยายามจะอธิบายให้หญิงสาวรุ่นพี่ฟัง แต่มารตีไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะหล่อนมีหัวใจให้คณิตเพียงคนเดียว ตฤณรู้สึกน้อยใจจึงพาลไปลงกับน้ำหนึ่งที่เป็นต้นเหตุ จนหญิงสาวให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ขอญาติดีกับเขา แต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องไปทำงานร่วมกันที่ปราณบุรี ตามคำสั่งของมารตี

                ตลอด การทำงานน้ำหนึ่งกับตฤณก็เอาแต่ปั้นปึ่งใส่กัน โดยเฉพาะหญิงสาวที่ไม่แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ถึงกับทำกล้องถ่ายรูปราคาเป็นแสนของบริษัทตกทะเลเสียหาย ในขณะที่ตฤณพยายามจะแนะนำมุมกล้องสวยๆให้ น้ำหนึ่งจึงถูกมารตีตำหนิ หญิงสาวพยายามที่จะขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้งแต่มารตีไม่ยอม หล่อนให้ให้น้ำหนึ่งพิจารณาตัวเอง รวมทั้งรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด

           น้ำ หนึ่งไม่กล้าบอกความจริงกับพ่อแม่เธอ จึง ได้แต่ ปรึกษาปลัดกำพล ชายหนุ่มอาสาที่จะใช้ตำแหน่งของตนค้ำประกันหนี้ให้หญิงสาว ในขณะเดียวกันตฤณก็รู้สึกว่า ตนมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ จึงไปขอยืมเงินจากฤทัยผู้เป็นแม่มาค้ำประกัน แต่เมื่อมาที่บริษัทชายหนุ่มก็ได้พบกับกำพลที่ตั้งใจจะมาค้ำประกันให้หญิง สาวเช่นกัน ทำให้ตฤณเข้าใจว่ากำพลเป็นแฟนของน้ำหนึ่ง หญิงสาวซึ่งรู้ว่าตฤณตั้งใจจะช่วยตนก็ให้นึกขอบใจ แต่ทิฐิก็ทำให้เธอปฏิเสธความช่วยเหลือของเขา ตฤณนั้นก็บ่ายเบี่ยงให้เธอไปคืนเงินฤทัยด้วยตัวเอง น้ำหนึ่งเลยบุกไปถึงบ้านของชายหนุ่มเพื่อนำเงินไปคืน จนฤทัยรู้สึกพอใจในความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว เช่นเดียวกับชาตรีที่รู้สึกถูกชะตากับน้ำหนึ่งตั้งแต่แรกเห็น หญิงสาวเมื่อได้เห็นความอบอุ่นในครอบครัวของตฤณ ก็ทำให้เธอนึกสะท้อนใจ เปรียบเทียบครอบครัวของเขากับเธอที่ต่างกันเหลือเกิน

                ตั้งแต่น้ำทิพย์กลับไปที่บ้านสวน เธอก็ยังคงนึกถึงภาพชาตรีที่เคียงคู่กับฤทัยอยู่เสมอ น้ำทิพย์เริ่มอารมณ์เสียบ่อยขึ้น พาลหงุดหงิดใส่ลุงทองดี และป้ามาลัย สองสามีภรรยาคนเก่าคนแก่ที่อยู่ช่วยดูแลสวน จนแม้แต่ประสพก็เข้าหน้าไม่ติด น้ำทิพย์เริ่มกลัวว่าหากน้ำหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพอย่างทุกวันนี้อาจจะได้เจอ กับชาตรีหรือฤทัยเข้าสักวัน และเพราะความเครียดนั่นเองที่ทำให้อาการโรคหัวใจของเธอกำเริบขึ้นอีกครั้ง จนประสพเห็นท่าไม่ดีต้องรีบพาน้ำทิพย์ส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน และขณะนั้นเองน้ำหนึ่งซึ่งเดินทางไปทำงานร่วมกันตฤณที่พัทยา ก็กลับมาถึงบริษัทดึกมาก พอเธอได้ข่าวผู้เป็นแม่ล้มป่วยจากพ่อที่โทรเข้ามา น้ำหนึ่งก็ร้อนใจจะกลับไปเยี่ยมผู้เป็นแม่ทันที ตฤณจึงอาสาขับรถไปส่งให้เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว

               น้ำทิพย์ดีใจที่ ได้เห็นลูกสาว แรกทีเดียวเธอไม่พอใจที่ตฤณมาส่ง แต่พอรู้จากประสพ และน้ำหนึ่งว่าตฤณเคยช่วยเหลือตนจากงานรับปริญญาก็ยอมพูดดีด้วย น้ำทิพย์ยอมบอกความจริงกับลูกสาวว่าตนเป็นโรคหัวใจ เพื่อหวังจะให้น้ำหนึ่งลาออกกลับมาดูแลตน ตฤณซึ่งหวังดีจึงเสนอให้น้ำทิพย์ไปรักษากับพ่อของตนซึ่งเป็นหมอโรคหัวใจชื่อ ดัง ทำให้น้ำทิพย์รู้สึกเฉลียวใจ คาดคั้นจนชายหนุ่มเอ่ยชื่อชาตรีออกมา น้ำทิพย์ก็เกิดอาการฉุนเฉียวไล่ตฤณออกไปจากบ้าน และสั่งให้น้ำหนึ่งลาออกจากงาน ทำให้น้ำหนึ่งน้อยใจ และไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ประสพต้องพยายามปลอบลูกสาว แต่ตัวเขาเองก็ตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปากเช่นกัน

               น้ำทิพย์ไม่คิดว่า น้ำหนึ่งจะเข้าไปใกล้ครอบครัวของชาตรีมากขนาดนี้ เธอครุ่นคิดอยู่ทั้งคืนเพื่อจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เธอกลับมองไม่พ้นความรู้สึกของตัวเอง ความรักในอดีตทำให้เธออยากพบหน้าชาตรีอีกครั้ง วันรุ่งขึ้นน้ำทิพย์ก็อนุญาตให้ลูกสาวกลับไปทำงานตามเดิมได้ และให้น้ำหนึ่งช่วยนัดตฤณ เรื่องจะไปรักษาโรคหัวใจกับพ่อของเขา สร้างความดีใจให้กับน้ำหนึ่งที่เข้าใจว่าผู้เป็นแม่ยอมอ่อนลงเพื่อตน

               ตฤณ จัดการนัดชาตรีให้น้ำทิพย์ หญิงสาวเฝ้ารอเวลาที่พบหน้าเขาด้วยใจระทึก แต่พอเธอได้พบหน้าชาตรีจริงๆ น้ำทิพย์ก็ยิ่งรู้สึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก เมื่อเขาซึ่งมีท่าทีแปลกใจเมื่อได้พบเธอในตอนแรก กลับแสดงอาการและทักทายเธอไม่ต่างจากเพื่อนสนิทคนหนึ่งเท่านั้นชาตรี ทั้งแปลกใจและดีใจที่ได้พบกับน้ำทิพย์ แต่เพราะเขารู้ว่าเธอมีครอบครัวแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นคู่ครองของเธอก็เป็นเพื่อนสนิทของตนด้วย เขาจึงวางตัวและไม่กล้าแสดงความรู้สึกให้ออกนอกหน้ามากไปนัก ชาตรีซึ่งต้องการไถ่โทษสิ่งที่เคยทำผิดกับน้ำทิพย์เอาไว้ จึงตั้งใจจะดูแลรักษาอาการของน้ำทิพย์เป็นอย่างดี เขาตรวจพบว่าอาการของเธอนั้นเริ่มจะน่าเป็นห่วง จึงเตือนให้น้ำทิพย์ดูแลตัวเอง และนัดหมายหญิงสาวมาตรวจในวันต่อไป แต่น้ำทิพย์ไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เธอเริ่มคิดอยากจะให้ชาตรีและฤทัยได้รู้สึกถึงความสูญเสียเหมือนที่ตนเคยได้ รับ
 
               ฤทัยซึ่งรู้ว่าแม่ของน้ำหนึ่งไม่สบายจากปากลูกชาย ก็พยายามจะถามไถ่อาการจากผู้เป็นสามี แต่ชาตรีกลัวว่าฤทัยจะเข้าใจผิด จึงไม่กล้าพูดเรื่องของน้ำทิพย์ให้ฟัง ฤทัยซึ่งรักและเอ็นดูน้ำหนึ่งก็พลอยมีน้ำใจไปถึงครอบครัวของหญิงสาวด้วย แต่เพราะกำลังเร่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์อยู่ จึงได้แต่ฝากดอกไม้ให้ตฤณนำไปเยี่ยม เพื่อหวังให้ลูกชายได้ใกล้ชิดกับน้ำหนึ่งมากขึ้น โดยไม่คิดเลยว่าตฤณจะไปมีใจให้กับสาวรุ่นพี่ที่ทำงาน

                ตฤณนั้นยังคง เฝ้าคอยเอาใจมารตีตลอดเวลา โดยไม่สนว่าจะเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมงาน แต่มารตีก็พยายามวางตัวเป็นพี่สาวของชายหนุ่ม จนในที่สุดเมื่อถึงวันเกิดของมารตีที่ทุกคนในบริษัทตั้งใจจะจัดงานเพื่อ เซอร์ไพร์สให้หญิงสาวกัน แต่ ไปรยา ภรรยาไฮโซของคณิตก็ถือโอกาสมาร่วมงานด้วย ไปรยาซึ่งรู้ว่ามารตีกับสามีของตนมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง ก็พยายามพูดข่มจนมารตีต้องเลี่ยงขอตัวกลับบ้านเสียก่อน ตฤณรีบอาสาไปส่งหญิงสาวที่คอนโด โดยน้ำหนึ่งซึ่งนึกหมั่นไส้ท่าทางของชายหนุ่มที่แสดงความเป็นห่วงมารตีจนออก นอกหน้า จึงแกล้งขัดคอด้วยการอ้างอยากปรึกษาเรื่องแม่ ขอติดรถชายหนุ่มไปด้วย หลังจากที่ตฤณไปส่งมารตีที่คอนโดเรียบร้อยแล้ว น้ำหนึ่งก็พยายามจะพูดให้ตฤณตัดใจ โดยวิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์ของคณิตและมารตี ทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจ กล่าวหาว่าน้ำหนึ่งคิดไม่ดีกับมารตีเพราะแค้นใจเรื่องที่ถูกตำหนิครั้งก่อน แต่พอตฤณย้อนกลับไปคอนโดของมารตีอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มก็ได้เห็นคณิตตามมาขอปรับความเข้าใจกับมารตี เขาเฝ้ารอจนคณิตกลับไป จึงเข้าไปขอร้องให้มารตีเลิกยุ่งเกี่ยวกับคณิต พร้อมทั้งสารภาพรักหญิงสาว แต่มารตีก็ยืนยันว่าตนมีใจรักให้กับคณิตเพียงคนเดียวเท่านั้น

               ตฤณ เสียใจที่ถูกปฏิเสธ จนไม่ยอมไปทำงาน เอาแต่เก็บตัวจนฤทัยเป็นห่วง เธอจึงโทรไปขอร้องให้น้ำหนึ่งมาช่วยกล่อมลูกชาย น้ำหนึ่งพอรู้ว่าตฤณหยุดงานไปเพราะไม่สบายใจเรื่องมารตีก็ยิ่งหมั่นไส้ พอเธอเห็นเขาปล่อยเนื้อปล่อยตัว โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของพ่อแม่ที่เป็นห่วง ก็โมโหใส่จนออกปากตำหนิชายหนุ่มอย่างรุนแรง ทั้งสองเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่พอน้ำหนึ่งกลับไปแล้ว ตฤณก็เริ่มได้คิด ในที่สุดเขาก็ยอมกลับไปทำงานตามเดิม ชาตรีและฤทัยยิ่งชื่นชมน้ำหนึ่งที่ช่วยทำให้ลูกชายกลับมาเป็นคนเดิมได้

                ชาตรีชื่นชมน้ำหนึ่งให้น้ำทิพย์ที่มาตรวจอาการฟัง เขายังคงวางตัวกับเธอเพียงแค่เพื่อน เป็นเหมือนหมอกับคนไข้เท่านั้น น้ำทิพย์พยายามจะถามถึงความเป็นไปของชาตรีตั้งแต่ที่แยกจากกัน เธอก็พบว่าชาตรีไม่เคยแม้แต่จะรู้สึกเจ็บปวดเหมือนที่เธอได้รับ เขาใช้ชีวิตร่วมกับฤทัยอย่างมีความสุขจนน่าอิจฉา ทุกคำที่เขาพูดถึงฤทัยนั้นเต็มไปด้วยการปกป้องเธอจากน้ำทิพย์ ยิ่งเหมือนมีเข็มคอยทิ่มแทงให้เจ็บปวด เธอจึงต้องการให้ฤทัยได้รู้สึกอย่างที่เธอเป็น ครั้นพอเห็นน้ำหนึ่งมีท่าทีรู้จักมักคุ้นกับชาตรีและครอบครัว เธอจึงคิดจะใช้ลูกสาวเป็นเครื่องมือทำลายครอบครัวของชาตรี ดังนั้นเมื่อถึงวันเปิดตัวหนังสือ ‘นางเอกหลังบ้าน’ ของฤทัย ซึ่งชาตรีและตฤณไปร่วมงานด้วย น้ำทิพย์ซึ่งรู้ข่าวงานนี้ก็ถือโอกาสไปร่วมแสดงความยินดีโดยพากันไปทั้งครอบ ครัว ทั้งที่ใจของเธอนั้นร้อนไปด้วยไฟแค้นที่แผดเผา ข้อความต่างๆในหนังสือของฤทัยนั้นเหมือนมีดที่กรีดหัวใจเธอให้เป็นแผลลึกไม่ หาย แต่น้ำทิพย์ก็กลบเกลื่อนทุกอย่างไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆของเธอ ฤทัยได้พบน้ำทิพย์หอบดอกไม้ช่อโตมามอบให้ เธอก็ทั้งแปลกใจและดีใจโผเข้าสวมกอดเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันมา นานอย่างบริสุทธิ์ใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาถึงแม้เธอจะมีความสุขกับครอบครัว แต่เธอก็รู้สึกติดค้างกับน้ำทิพย์ไม่น้อย แล้วเธอก็ยิ่งแปลกใจเมื่อรู้ว่าน้ำทิพย์นั้นเป็นแม่ของน้ำหนึ่ง และเป็นคนไข้ของชาตรี โดยที่ไม่มีใครยอมบอกให้รับรู้


                แต่ถึงแม้ ฤทัยจะดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่า และยิ่งน้ำทิพย์ไม่แสดงท่าทีโกรธขึ้งเรื่องในอดีตนั้น ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เธอสบายใจขึ้น ฤทัยยังแคลงใจเรื่องที่สามีปิดบังไม่ยอมเล่าเรื่องน้ำทิพย์ให้ฟัง แต่ด้วยความรักที่เธอมีต่อครอบครัวนั้น จึงเก็บซ่อนความไม่สบายใจเอาไว้ ฤทัยเห็นเป็นโอกาสดีที่จะไถ่โทษในสิ่งที่เธอทำ จึงเอ่ยชมน้ำหนึ่งให้ลูกชายฟัง จนเด็กทั้งสองอึดอัดต้องขอตัวไปทำงานต่อ น้ำทิพย์เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในตัวลูกสาวและชายหนุ่ม เธอมองเห็นทางที่จะทำให้ฤทัยและชาตรีได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ตนได้รับ จึงทำเป็นสนับสนุนให้เด็กทั้งสองคบหากัน โดยที่ประสพเป็นคนเดียวที่ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เพราะรู้แก่ใจว่าเด็กทั้งสองแต่งงานกันไม่ได้


                เมื่อยี่สิบปีก่อน นั้น น้ำทิพย์ซึ่งผิดหวังในความรักที่มีต่อชาตรีได้บีบบังคับประสพ ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นแพทย์ฝึกหัดประจำธนาคารเก็บน้ำเชื้อ ให้ช่วยขโมยน้ำเชื้อของชาตรีที่ได้บริจาคไว้ออกมา ประสพพยายามจะห้ามหญิงสาวแต่เธอก็ไม่ยอมฟัง น้ำทิพย์ขู่จะฆ่าตัวตายจนเขาต้องยอมทำตามที่เธอต้องการ หญิงสาวแอบใช้คลินิกของอาจารย์หมอที่สนิท ดูแลร่างกายจนสมบูรณ์ และให้ประสพทำการฉีดน้ำเชื้อของชาตรีเข้าไปผสมกับไข่ของตนจนเกิดการปฏิสนธิ และในที่สุดเธอก็ต้องเลิกเรียนแพทย์และกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านสวน ท่ามกลางความอับอายของผู้เป็นพ่อแม่ ที่ลูกสาวซึ่งเป็นความหวังเกิดท้องจนเรียนไม่จบ ประสพจึงต้องยอมรับว่าเป็นพ่อของเด็กในท้องเธอเพื่อช่วยรักษาหน้าของน้ำ ทิพย์เอาไว้ 

                ประสพพยายามจะเตือนสติน้ำทิพย์ ให้นึกถึงบาปบุญคุณโทษ รวมถึงบาปที่จะตกแก่ลูกสาว แต่น้ำทิพย์ก็ไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างที่ฤทัยครอบครอง รวมทั้งครอบครัวที่อบอุ่นจนต้องออกมาเขียนเป็นหนังสืออวดตัวอย่างนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เธอควรจะได้เป็นเจ้าของทั้งสิ้น เธอไม่ได้ต้องการจะทวงชาตรีคืนจากฤทัย แต่เธออยากจะให้ทั้งสองต้องเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ทำกับตนไว้เท่านั้น น้ำทิพย์ใช้ความรักที่ประสพมีต่อตน ข่มขู่ให้เขาต้องปิดปากเงียบ ประสพยิ่งอึดอัดใจ ไม่อยากเห็นน้ำหนึ่งต้องเป็นเครื่องมือแก้แค้นของคนรุ่นก่อน เพราะถึงแม้เด็กสาวจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของตน แต่เขาก็รักน้ำหนึ่งไม่ต่างจากเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง ขณะเดียวกันตนก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายน้ำทิพย์คนที่ตนรักเท่าชีวิตเช่นกัน ถึงแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น น้ำทิพย์จะแสดงออกว่าไม่ได้รักเขา ถึงกับกินยาคุมไม่ยอมที่จะมีลูกกับเขาก็ตาม และจะคอยระแวงเวลาเห็นน้ำหนึ่งมาใกล้ชิดเล่นหัวกับตนเหมือนตอนเด็กๆ จนเขาต้องเป็นฝ่ายถอยห่างจากน้ำหนึ่ง ด้วยกลัวว่าลูกสาวจะสงสัยในสิ่งที่น้ำทิพย์หวาดระแวง

               น้ำทิพย์ยัง คงมารักษาตัวกับชาตรีตามปกติ แต่พอชาตรีถามถึงประสพ เธอก็แสร้งทำเป็นว่าสามีไม่พอใจที่ตนมารักษากับชาตรี ชาตรีก็ได้แต่ปลอบใจและให้กำลังใจน้ำทิพย์ ต่างจากฤทัยที่พอได้รู้ปัญหาครอบครัวของน้ำทิพย์ ถึงแม้จะเป็นห่วงเพื่อนเก่า แต่ก็อดที่จะรู้สึกระแวงว่าน้ำทิพย์อาจจะคิดกลับมาสานสัมพันธ์กับชาตรีอีก ครั้งไม่ได้ ชาตรีรู้ว่าภรรยาเป็นกังวลเรื่องนี้ เขาจึงสัญญากับเธอที่จะอยู่ห่างจากน้ำทิพย์ให้มากขึ้นตฤณต้องไปทำ งานกับน้ำหนึ่งที่หมู่บ้านชาวเขา ชายหนุ่มซึ่งกำลังพยายามตัดใจจากมารตีจึงไม่ค่อยจะมีกำลังใจทำงาน ทำให้หญิงสาวที่ไปด้วยอดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ยิ่งเธอคิดพูดเตือนสติเขาเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ตฤณหงุดหงิดมากขึ้น จนในที่สุดทั้งสองก็ทะเลาะกัน น้ำหนึ่งจึงเดินหนีคิดแกล้งไปหลบซ่อนตัวในป่า แต่เธอกลับหลงหาทางออกไม่เจอ พอตฤณรู้ว่าน้ำหนึ่งหายไปจริงๆ เขาก็พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้ช่วยเหลือ และแจ้งให้มารตีทราบเรื่องทันที


               ข่าวการหลงป่าของน้ำหนึ่งทำให้ บรรดาคนในบริษัทที่กรุงเทพวุ่นวาย โดยเฉพาะคณิตที่ดูจะเอาใจใส่น้ำหนึ่งมากเป็นพิเศษ จนมารตีรู้สึกไม่ชอบใจ มารตีแจ้งข่าวร้ายให้พ่อแม่ของน้ำหนึ่งได้รู้เรื่อง น้ำทิพย์ร้อนใจจะไปตามหาน้ำหนึ่ง โดยจะให้ชาตรีไปตามด้วยให้ได้ จนประสพต้องเตือนสติเพราะกลัวความจริงจะถูกเปิดเผย ชาตรีรู้สึกเห็นใจและคอยให้กำลังใจน้ำทิพย์ ในขณะที่ฤทัยยิ่งรู้สึกคาใจถึงความสัมพันธ์ของน้ำทิพย์ที่ยังมีต่อชาตรีมาก ขึ้น ทางด้านตฤณนั้นก็เริ่มเป็นห่วงน้ำหนึ่งมากขึ้น เขาทนรอให้ถึงเช้าตามที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้สั่งการไม่ไหว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจบุกเข้าป่าไปตามหาน้ำหนึ่งตามลำพัง และโชคดีที่สุดเมื่อเขาพบน้ำหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในอาการหวาดกลัวและเริ่มมี ไข้ ชายหนุ่มจึงต้องกอดหญิงสาวไว้ทั้งคืนเพื่อให้ร่างกายเธออบอุ่น จนถึงรุ่งเช้าอาการไข้ของน้ำหนึ่งก็เริ่มดีขึ้น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ตามทั้งสองมาจนเจอ และภายใต้ท่ามกลางเหตุการณ์ที่วิกฤตนี้เอง ที่ทำให้ทั้งสองรู้สึกดีต่อกันโดยไม่รู้ตัว


               น้ำทิพย์ได้ข่าวลูกสาวปลอดภัยก็ดีใจ เธอเพิ่งรู้ตัวว่ารักและห่วงน้ำหนึ่งมากแค่ไหน แต่ความรักตัวเองนั้นกลับทำให้เธอมองข้ามทุกสิ่ง หลังจากที่ตฤณพาน้ำหนึ่งกลับมาส่งแล้ว เธอเห็นสายตาของทั้งสองก็พอจะดูออกว่าหนุ่มสาวนั้นเริ่มมีใจต่อกันแล้ว สิ่งที่เธอมุ่งหวังไว้ใกล้ความจริงมากขึ้น น้ำทิพย์แสร้งให้น้ำหนึ่งเอาข้าวยำฝีมือตัวเอง รวมทั้งเสื้อไหมพรมที่ตนถักเองกับมือนำไปฝากชาตรีเป็นของขวัญสำหรับความช่วย เหลือทุกๆอย่าง พอฤทัยได้เห็นของฝากเหล่านั้น เธอก็เริ่มไม่มั่นใจในเจตนาของน้ำทิพย์ หลังจากออกมาจากป่าแล้ว นั้น ความสนิทสนมระหว่างตฤณกับน้ำหนึ่งก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวเริ่มพูดดีกับชายหนุ่ม และชายหนุ่มก็เริ่มมองเห็นถึงความน่ารักของหญิงสาวมากขึ้น จนคณิตซึ่งพอใจในตัวน้ำหนึ่งอยู่เกิดไม่ชอบใจ พยายามจะหาทางแยกไม่ให้ทั้งสองทำงานร่วมกัน แต่มารตีซึ่งรู้ทันความคิดของคณิตก็ไม่ยอม ทำให้ทั้งสองเริ่มมีเรื่องขัดใจกันมากขึ้น

               น้ำทิพย์พยายามจะเปิด โอกาสให้น้ำหนึ่งได้ใกล้ชิดกับตฤณมากขึ้น โดยให้ลูกสาวไปชวนตฤณและครอบครัวมาทานข้าวที่บ้านสวนด้วยกัน ทั้งยังเอ่ยชวนชาตรีด้วยตัวเอง โดยอ้างอยากให้เขาช่วยมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนกับเขาให้ประสพเข้าใจ แต่ชาตรีก็ไม่กล้าชวนฤทัยไปด้วยเพราะเห็นฤทัยไม่ค่อยสบาย และไม่อยากให้เธอต้องคิดมาก เพราะระยะหลังตั้งแต่ที่น้ำทิพย์กลับเข้ามาในชีวิตของเขา ฤทัยก็จะคอยสอบถามความเป็นไปของตนมากขึ้น


               หลังจากที่ไม่ได้ไปมาหา สู่กับน้ำทิพย์ตลอดยี่สิบปี ชาตรีก็พบว่าบ้านสวนของน้ำทิพย์แทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากที่ตนเคยมา ชาตรีได้พบกับประสพและพยายามจะอธิบายให้เพื่อนฟังว่าตนไม่ได้คิดอะไรกับน้ำ ทิพย์ แต่ประสพกลับหาโอกาสขอร้องชาตรีไม่ให้เห็นดีไปกับเรื่องของน้ำหนึ่งและตฤณ จนชาตรีผิดสังเกต แต่การสนทนาของทั้งสองก็ถูกน้ำทิพย์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนน้ำ ทิพย์จงใจชวนปลัดกำพลมาทานข้าวด้วย เพื่อทำให้ตฤณรู้สึกหึงหวงน้ำหนึ่ง แล้วก็เป็นดังที่เธอคาดไว้ เมื่อตฤณไม่ชอบใจ จนต้องพยายามเข้าไปแทรกกลางระหว่างกำพลและน้ำหนึ่งตลอดเวลาทาง ด้านประสพซึ่งได้แต่มองลูกสาวที่เป็นเหยื่อความแค้นของน้ำทิพย์อย่างปวดใจ เมื่อตัวเขาไม่กล้าพอที่จะพูดความจริงออกไป น้ำทิพย์ก็คอยกันไม่ให้ประสพได้เข้าใกล้ หรืออยู่ตามลำพังกับหนุ่มสาวทั้งสอง และยังบังคับให้ประสพสาบานว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของตนอีก


                  ขณะเดียวกันนั้น ฤทัยเห็นสามีและลูกชายหายกันไปทั้งวัน ก็เริ่มรู้สึกกังวล ห่วงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากน้ำทิพย์ที่ทำเป็นหวังดี โทรมาถามไถ่อาการไม่สบาย และบ่นเสียดายที่ฤทัยไม่ได้มาที่บ้านสวนพร้อมกับครอบครัวด้วย ทำให้ฤทัยรู้ว่าชาตรีโกหกตนเพื่อไปพบน้ำทิพย์ ฤทัยเลยยิ่งหวาดระแวง กลัวว่าสิ่งที่ตนเคยทำไว้กับน้ำทิพย์จะย้อนกลับมาเล่นงานตน เธอได้แต่เฝ้ารอชาตรีและลูกกลับมาจนดึกดื่น แต่ชาตรีก็ยังโกหกเพื่อความสบายใจของฤทัย ทำให้ฤทัยไม่พอใจ จนเกิดปากเสียงกันในรอบยี่สิบปี แต่ทุกอย่างก็จบไปได้ด้วยดี เมื่อชาตรีเป็นฝ่ายยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

                  น้ำหนึ่งเริ่มสังเกต ว่าพ่อแม่ของตนห่างเหินกันหนักขึ้น ประสพถึงกับไปนอนค้างที่คลินิกอยู่บ่อยๆ และไม่ยอมพูดกับน้ำทิพย์ เธอจึงไปออดอ้อนขอให้ประสพคืนดีกับผู้เป็นแม่ โอบกอดกันจนน้ำทิพย์ซึ่งมาเห็นเข้าไม่พอใจ รีบเข้าไปดึงลูกสาวออกมา แล้วสั่งห้ามไม่ให้น้ำหนึ่งทำตัวใกล้ชิดประสพอีก น้ำหนึ่งไม่เข้าใจสิ่งที่น้ำทิพย์ระแวงเธอกับพ่อ ก็ได้แต่เก็บคำถามเอาไว้ในใจ

                  น้ำทิพย์เริ่มรู้สึกสับสนระหว่างความแค้น และความถูกต้อง ในขณะที่ความรักของตฤณกับน้ำหนึ่งเริ่มจะลึกซึ้งกันมากขึ้น แต่สำนึกในด้านดีที่ยังเหลืออยู่ ก็ทำให้เธอไม่ยินยอมให้ทั้งสองได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง เพราะกลัวว่าอารมณ์ของหนุ่มสาวจะชักนำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์เกินเลยไป มากกว่านี้ เธอจึงตามลูกสาวขึ้นมาพักที่อพาร์ทเมนท์ด้วย โดยอ้างว่าสะดวกกับการรักษาตัวน้ำหนึ่งรู้สึกสับสนเรื่องที่แม่ สั่งห้ามเกี่ยวกับพ่อ เธอคิดจะปรึกษาตฤณ แต่ชายหนุ่มกลับยังไม่พอใจหญิงสาวเรื่องที่เธอไปสนิทสนมกับกำพลคราวนั้น เขาจึงทำปั้นปึงใส่เธอ จึงเป็นโอกาสให้คณิตเข้ามาชวนน้ำหนึ่งไปทานข้าวด้วย น้ำหนึ่งซึ่งยังไม่อยากกลับไปเจอแม่ และต้องการประชดตฤณ จึงยอมออกไปกับคณิต โดยไม่ได้คิดว่าเจ้านายหนุ่มนั้นจะมีประสงค์ร้ายกับตน


                   คณิต พาน้ำหนึ่งไปดินเนอร์เคล้าเสียงเพลง และพยายามจะมอมเหล้าหญิงสาว แต่มารตีซึ่งรู้ทันชายหนุ่มที่ระยะหลังมักจะทำตัวใกล้ชิดน้ำหนึ่งก็ตามมา ช่วยหญิงสาวไว้ทัน ก่อนที่จะถูกคณิตหลอกพาเข้าโรงแรม มารตีจัดการโทรตามตฤณให้มาพาฤทัยกลับบ้าน ทำให้คณิตหัวเสียจนโวยใส่หน้ามารตี ทำให้หญิงสาวเห็นธาตุแท้ของเขา ว่าไม่ได้แคร์ความรู้สึกของตนเลยตฤณพาน้ำหนึ่งกลับไปส่งบ้าน ระหว่างทางเขาก็พูดตำหนิหญิงสาว น้ำหนึ่งก็เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้จนไปถึงที่อพาร์ทเมนท์ น้ำทิพย์ซึ่งรอลูกสาวอย่างกระวนกระวาย พอเห็นน้ำหนึ่งกลับมาพร้อมกับตฤณ และมีกลิ่นเหล้าติดตัวลูกสาว ทำให้เธอกลัวว่าทั้งสองจะไปทำเรื่องไม่งามขึ้น น้ำทิพย์รีบดึงน้ำหนึ่งมาคาดคั้นความจริงอย่างไม่ไว้หน้า น้ำหนึ่งซึ่งกดดันกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของผู้เป็นแม่มาตลอด และอับอายตฤณ เธอจึงแกล้งยอมรับไปว่ามีอะไรกับตฤณจริง ทำให้น้ำทิพย์โกรธจัดถึงขนาดตบหน้าลูกสาว น้ำหนึ่งเสียใจจึงวิ่งหนี ตฤณรีบบอกความจริงให้น้ำทิพย์เข้าใจว่าตนกับน้ำหนึ่งไม่ได้มีอะไรกันตามที่ เธอเข้าใจ ก่อนจะขับรถตามน้ำหนึ่งออกไปจนทันหญิงสาวที่เดินร้องไห้อยู่ริมถนน ชายหนุ่มจึงพาน้ำหนึ่งไปที่บ้านตนเพื่อสงบสติอารมณ์
 

                 น้ำหนึ่งเอาแต่ ร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฤทัยได้แต่ช่วยปลอบ น้ำหนึ่งถือโอกาสระบายเรื่องไม่สบายใจในครอบครัวให้ฤทัยฟังอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งทำให้ฤทัยอดเห็นใจในตัวเธอไม่ได้ ชาตรีโทรไปแจ้งน้ำทิพย์ว่าน้ำหนึ่งอยู่กับตน น้ำทิพย์จึงรีบมาตามลูกสาวกลับ ฤทัยถือโอกาสเตือนน้ำทิพย์เรื่องปัญหาที่น้ำหนึ่งเล่าให้ฟัง แต่น้ำทิพย์เห็นน้ำหนึ่งไว้ใจคนอื่นมากกว่าตนก็ไม่พอใจ รีบดึงน้ำหนึ่งกลับไปกับตนโดยไม่ยอมฟังคำอธิบายของใครๆทั้งสิ้นน้ำ ทิพย์ต่อว่าลูกสาวที่เห็นฤทัยดีกว่า โดยที่น้ำหนึ่งซึ่งไม่รู้เรื่องบาดหมางของทั้งสองคนในอดีตต้องกลายเป็นที่ รองรับอารมณ์ของคนเป็นแม่ไป แต่พอน้ำหนึ่งได้รู้เรื่องในอดีตของผู้เป็นแม่กับชาตรีและฤทัย จากประสพเมื่อเธอโทรไปปรับทุกข์ให้ฟัง น้ำหนึ่งก็เริ่มเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของน้ำทิพย์มากขึ้น 
 
   ติดตามได้ในละคร ลูกไม้เปลี่ยนสี ออกอากาศทุกวัน พุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรก 16 เม.ย. นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3


 

แนะนำตัวละคร “ลูกไม้เปลี่ยนสี”

 

1. น้ำทิพย์( พรชิตา  ณ สงขลา)    สาววัย 23-42 ปี เพราะผิดหวังจากความรักทำให้ เป็นคนเก็บกด มองโลกในแง่ร้าย รักลูกแต่แสดงออกอย่างผิดๆ ปล่อยให้ความแค้นในอดีตทำลายชีวิตตนเอง จนย้อนกลับมาเล่นงานลูกสาวที่เป็นผู้บริสุทธิ์

 

2. ฤทัย( กุลณัฐ ปรียะวัฒน์)   หญิงวัย 23-42 ปี สวย อ่อนหวาน เอาใจเก่ง ตัวแปรความรักของชาตรีกับน้ำทิพย์ รักลูกมากจนยอมทรยศเพื่อน รักครอบครัว ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ขี้หึง

3. ชาตรี( พัชฎะ  นามปาน)  หนุ่มใหญ่วัย 23-42 ปี นายแพทย์โรคหัวใจชื่อดัง เป็นคนอ่อนไหว โลเล ขี้สงสาร รักครอบครัว

4. ประสพ( ชาตโยดม  หิรัณยัษฐิติ) หนุ่มใหญ่วัย 23-42 ปี กุมารแพทย์ผู้บูชาความรักยิ่งกว่าสิ่งใด เป็นคนดีมีน้ำใจ รักน้ำทิพย์และน้ำหนึ่งมาก ยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตกับน้ำทิพย์หญิงที่เขารักสุดหัวใจ

5. ตฤณ(ฐากูร  การทิพย์)    ชายหนุ่มวัย 20-22 ปี ชอบท่องเที่ยว ชอบเขียนหนังสือ จริงจังกับความรัก มีน้ำใจกับเพื่อน ไม่ชอบผู้หญิงอวดดี จึงมักจะมีเรื่องให้ขัดใจกับน้ำหนึ่งอยู่เสมอ จนภายหลังเกิดเป็นความรัก แต่สุดท้ายก็มีเหตุทำให้ความรักของทั้งสองไม่มีทางเป็นไปได้

6. น้ำหนึ่ง (  ราศรี  บาเลนซิเอกา)  หญิงสาววัย 20-22 ปี เป็นช่างภาพ พูดเก่ง ร่าเริง อารมณ์ร้อนและมักเอาแต่ใจตัวเอง รักความถูกต้องจนทำให้เกิดเรื่องอยู่เสมอ จึงเป็นเหตุให้มีปากเสียงกับตฤณอยู่ตลอดเวลา แต่ในที่สุดก็เผลอใจให้ชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว

7. บัญชา ( ฐิตินันท์  สุวรรณศักดิ์)   หนุ่มใหญ่วัย 23-42 ปี พ่อแท้ๆ ของตฤณ เป็นนักเขียนใหญ่ รักสันโดษ เรียบง่าย เป็นคนดี เห็นคุณค่าด้านจิตใจมากกว่าวัตถุ รักเดียวใจเดียว แต่เพราะเคยผิดหวังในความรักจึงครองตัวเป็นโสด

8. กำพล (ชัชชาล  เพชรวิศิษฐ์ )   ปลัดหนุ่มวัย 27 ปี เป็นคนดีมีน้ำใจ รักความยุติธรรม จริงใจ มั่นคงในความรัก

9. คณิต(  ชินทัพพ์  ศดิศสิทินนท์)      ชายหนุ่มวัย 32-35 ปี เจ้าของนิตยสารท่องเที่ยว เจ้าชู้ เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน

10. มารตี (  สโรชา  วาทิตตพันธ์) สาวเก่งวัย 25-28 ปี รุ่นพี่ที่ตฤณหลงรัก สวย เก่ง คล่องแคล่ว รักใครรักจริง ยอมทุกอย่างเพื่อความรัก

11. ลุงทองดี    ลูกจ้างเก่าแก่ของน้ำทิพย์วัย 60 ปี ซื่อสัตย์ ชอบแอบกินเหล้า กลัวเมีย คอยดูแลสวนให้น้ำทิพย์

12. ป้ามาลัย    หญิงวัย 55 ปี ลูกจ้างเก่าแก่ของน้ำทิพย์ เมียของทองดี ขยันขันแข็ง ปากร้าย ใจดี ซื่อสัตย์ รักครอบครัวน้ำทิพย์มาก

13. ไปรยา    ภรรยาของคณิตวัย 27-30 ปี สวย รวย ไฮโซ ร้ายลึก ชอบดูถูกคน เห็นแก่หน้าตาทางสังคมมากกว่าเรื่องจิตใจ

14. แก้วตา    ประชาสัมพันธ์สาววัย 25 ปี ชอบนินทาชาวบ้าน สออดรู้สอดเห็น เรื่องคนอื่น พูดมาก แอบชอบตฤณ

 

 

*...........................@.....................*

  

 

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพและเรื่องย่อละคร"ลูกไม้เปลี่ยนสีจาก

http://www.thaitv3.com

http://gossipstar.mthai.com/tv-content/19737

http://gmmblog.gmember.com

 


ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บ - แคล คาโรลีน

Comment

Comment:

Tweet

s495Km <a href="http://mreztoycfckw.com/">mreztoycfckw</a>, vphrnbavpwgs, [link=http://vxpvqqtdojrg.com/]vxpvqqtdojrg[/link], http://gwexdnorammd.com/

#3 By kmQscZVolTp (103.7.57.18|188.143.232.210) on 2012-07-04 04:34

mwzwaeed, <a href="http://globaldewater.com">cipro</a>, [url="http://globaldewater.com"]cipro[/url], http://globaldewater.com cipro, seoacaxg,

#2 By dfGzNtaUURcV (188.143.232.210) on 2012-03-26 06:51

vRCQUU <a href="http://muqrvnzrjals.com/">muqrvnzrjals</a>, [url=http://swnmvhrpkgqm.com/]swnmvhrpkgqm[/url], [link=http://jfjdtuofubeq.com/]jfjdtuofubeq[/link], http://bftbvkmlptuk.com/

#1 By FimhqjpMkwYsVFR (188.143.232.210) on 2012-01-23 10:54